KP-1760 คำอธิบาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยผลและความระงับแห่งหนี้

190฿

คำอธิบาย

KP-1760   คำอธิบาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยผลและความระงับแห่งหนี้

สารบัญ
บทที่ 1 ข้อพิจารณาเบื้องต้น
ข้อ 1 ความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายแพ่งและกฎหมายพาณิชย์
1.1 ความเชื่อมโยง และทับซ้อนกัน
1.2 ความผิดแผกแตกต่าง
ข้อ 2 ความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายลักษณะหนี้กับกฎหมายลักษณะทรัพย์สิน
2.1 หลักคิด และหลักการพื้นฐานของกฎหมายลักษณะทรัพย์สิน
2.2 หลักคิด และหลักการพื้นฐานของกฎหมายลักษณะหนี้
2.3 ความทับซ้อนและเชื่อมโยงกัน
ข้อ 3 โครงสร้างและขอบเขตของกฎหมายลักษณะหนี้
3.1 บ่อเกิดแห่งหนี้
3.2 ผลแห่งหนี้
3.3 ความระงับแห่งหนี้
ข้อ 4 คู่กรณีอาจตกลงกันให้ผิดแผกแตกต่างไปจากบทกฎหมายลักษณะหนี้ได้
4.1 หลักทั่วไป
4.2 ข้อยกเว้น
(1.) มาตรา 196 วรรคหนึ่ง
(2.) มาตรา 224 วรรคสอง
(3.) หลักสุจริตตามมาตรา 5
บทที่ 2 สภาพบังคับแห่งหนี้ (Force of obligation)
ข้อ 1 การบังคับชำระหนี้เฉพาะเจาะจง (Specific Enforcement)
1.1 สิทธิของเจ้าหนี้ในการฟ้องขอบังคับชำระหนี้เฉพาะเจาะจง
1.2 วัตถุแห่งหนี้
1.3 ทรัพย์ที่เป็นวัตถุแห่งนี้
1.4 ลูกหนี้ผิดนัด
1.5 เจ้าหนี้ผิดนัด
ข้อ 2 กรณีเจ้าหนี้ไม่อาจบังคับชำระหนี้เฉพาะเจาะจงได้
2.1 หนี้ในธรรม
2.2 สภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับเฉพาะเจาะจง
2.3 การชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัย
2.3.1 เหตุที่ทำให้การชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัย : ความหมายและองค์ประกอบ
– ต่างจากวัตุประสงค์แห่งนิติกรรมเป็นพ้นวิสัยตามมาตรา 150
2.3.2 ผลของการชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัย
(1) กรณีหนี้ฝ่ายเดียว (มาตรา 217 ถึงมาตรา 219)
(2) กรณีหนี้ต่างตอบแทน (มาตรา 270 ถึงมาตรา 372)
(3) ผลต่อเนื่องประกาศอื่น
บทที่ 3 ผู้มีสิทธิบังคับชำระหนี้
หลัก เจ้าหนี้คือผู้มีสิทธิฟ้องบังคับซำระหนี้ เว้นแต่ . . .
ข้อ 1 รับช่วงสิทธิ (Subrogation)และช่วงทรัพย์(Substitution Of Property)
1.1 ช่วงสิทธิ : หลักคิดและความหมาย – ต่างจากสิทธิไล่เบี้ย
1.1.1 เหตุที่ทำให้เกิดการรับช่วงสิทธิ(มาตรา 227 มาตรา 229
มาตรา 230 และมาตรา 880)
1.1.2 ผลของการรับช่วงสิทธิ (มาตรา 226 วรรคหนึ่ง)
1.2 ช่วงทรัพย์ : หลักคิดและความหมาย – ต่างจาก Doctrine of Tracing
ของ Common Law และต่างจากแปลงหนี้ใหม่
1.2.1 เหตุที่ทำให้เกิดช่วงทรัพย์ (มาตรา 228 และมาตรา 231
ถึงมาตรา 232)
1.2.2 ผลของการช่วงทรัพย์ (มาตรา 226 วรรคสอง)
ข้อ 2 โอนสิทธิเรียกร้อง (Assignment fo Personal Right or Right of Claim)
( มาตรา 303 ถึงมาตรา 313 ) หลักคิดและความหมาย
– ต่างจากการโอนหนี้ และรับช่วงสิทธิ
2.1 สิทธิเรียงร้องที่มีมาตราแสดงสิทธิเป็นตราสารเปลี่ยนมือ
(Negotiable Instrument)
2.1.1 แบบและวิธีการโอน (มาตรา 309 ถึงมาตรา 311)
2.1.2 ผลของการโอนโดยชอบ (มาตรา 312 ถึงมาตรา 313)
2.2 สิทธิเรียกร้องที่ไม่มีตรามารแสดงสิทธิเป็นตราสารเปลี่ยนมือ
2.2.1 แบบและวิธีการโอน
(มาตรา 303 มาตรา 304 และมาตรา 306)
2.2.2 ผลของการโอนโดยชอบ
(มาตรา 305 มาตรา 307 และมาตรา 308)
ข้อ 3 ใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ (มาตรา 233 ถึงมาตรา 236)
3.1 เงื่อนไขที่ทำให้ เจ้าหนี้เข้าใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ได้ (มาตรา 233)
3.2 วิธีการใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ (มาตรา 234)
3.3 ผลของการใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ (มาตรา 235 และมาตรา 236)
บทที่ 4 หลักประกันแห่งหนี้ (Security of obligation)
ข้อ 1 กองทรัทย์สินของลูกหนี้เป็นหลักประกันเบื้องต้น
1.1 กองทรัทย์สิน (Assets) ของลูกหนี้ (มาตรา 214)
1.2 ข้อยกเว้น
1.2.1 ทรัพย์สินของลูกหนี้ที่เจ้าหนี้บังคับชำระหนี้ไม่ได้
1.2.2 ทรัพย์สินของผู้อื่นแต่เจ้าหนี้อาจบังคับชำระหนี้ได้
ข้อ 2  หลักประกันอื่น (Collaterals) นอกเหนือจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้
2.1 หลักประกันที่มีอยู่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3
ค้ำประกัน – จำนอง – จำนำ
2.2 สิทธิยึดหน่วง (Lien)
2.2.1 ความหมาย และเงื่อนไขของการเกิดสิทธิยดหน่วง
2.2.2 ผลของสิทธิยึดหน่วง
2.2.3 ความระงับสิ้นไปของสิทธิยึดหน่วง
2.3 บุริมสิทธิ (Priority Right)
2.3.1 บุริมสิทธิสามัญ
2.3.2 บุริมสิทธิพิเศษเหนือสังหาริมทรัพย์
2.3.3 บุริมสิทธิพิเศษเหนืออสังหาริมทรัพย์
ข้อ 3 มาตรการตอบโต้การยักย้ายถ่ายเททรัพย์หลบหนีการบังคับชำระหนี้
3.1 การเพิกถอนการฉ้อฉล (Revocation of Fraudulent Transation)
3.1.1 ความหมาย และองค์ประกอบของการฉ้อฉล
3.1.2 วิธีการเพิกถอน
3.1.3 ผลของการเพิกถอน
3.2 มาตรการอื่นๆ
บทที่ 5 ความระงับแห่งหนี้ (Cessation of obligation)
ข้อ 1 หนี้ระงับเพราะลูกหนี้ปฏิบัติการชำระหนี้ถูกต้องครบถ้วน
1.1 ผู้มีสิทธิรับชำระหนี้
1.2 การชำระหนี้อย่างอื่นแทนการชำระหนี้เดิม
1.3 หลักฐานการชำระหนี้
1.4 การชำระหนี้ที่มีหลายอย่างระหว่างคนคู่เดียวกัน
ข้อ 2 หนี้ระงับเพราะคู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้สิทธิหักกลบลบหนี้
2.1 เงื่อนไข
2.2 วิธีการ
2.3 ผลทางกฎหมาย
ข้อ 3 หนี้ระงับเพราะคู่กรณีตกลงกันแปลงหนี้ใหม่
3.1 ความหมายและองค์ประกอบ
3.2 ผลทางกฎหมาย
3.3 ความแตกต่างจาการรับสภาพหนี้ การผ่อนปรนให้แก่ลูกหนี้
และการชำระหนี้โดยวิธีอื่น
ข้อ 4 หนี้ระงับเพราะคู่กรณีทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน
4.1 ความหมาย หลักฐาน และผลทางกฎหมาย
4.2 ความเหมือน และแตกต่างกับการแปลงหนี้ใหม่
ข้อ 5 หนี้ในมูลสัญญาระงับเพราะการระงับสิ้นไปแห่งสัญญา
5.1 ความระงับแห่งสัญญา
5.1.1 สัญญาระงับโดยไม่ต้องบอกเลิก
5.1.2 สัญญาระงับโดยความตกลงของคู่สัญญา
5.1.3 สัญญาระงับโดยการบอกเลิกสัญญา
5.2 ผลของการบอกเลิกสัญญา
5.2.1 สัญญาระงับสิ้นผลย้อนหลัง
5.2.2 สัญญาระงับสิ้นผลในอนาคต
บทที่ 6 หนี้รายเดียวมีลูกหนี้หรือเจ้าหนี้หลายคน (Plural Debtors
or Creditors)
ข้อ 1 ลูกหนี้ร่วม (Joint and Several Debtors)
1.1 เหตุที่ทำให้เป็นลูกหนี้ร่วม
1.1.1 เป็นลูกหนี้ร่วมเพราะร่วมกันก่อหนี้
1.1.2 มีกฏหมายบัญญัติให้เป็นลูกหนี้ร่วม
1.2 ผลของการเป็นลูกหนี้ร่วม
1.2.1 ความรับผิดชอบของลูกหนี้ร่วม
1.2.2 ผลทางกฎหมายของการกระทำโดยหรือกระทำต่อลูกหนี้ร่วมคนใดคนหนึ่ง
หลัก : มีผลเป็นคุณหรือโทษต่อลูกหนี้ร่วมคนนั้นคนเดียวไม่มีผล
ต่อลูกหนี้ร่วมคนอื่น (มาตรา 295)
ข้อยกเว้น : (1) โดยสภาพของหนี้ควรให้มีผลถึงลูกหนี้ร่วมคนอื่นด้วย
(2) การผิดนัดของเจ้าหนี้ (มาตรา 294)
(3) การปลดหนี้ให้ลูกหนี้ร่วมคนใดคนหนึ่ง (มาตรา 293)
(4) ลูกหนี้ร่วมคนใดคนหนึ่งทำการชำระหนี้ หักกลบลบหนี้
หรือการอื่นอันพึงกระทำแทนการชำระหนี้ (มาตรา 292)
ข้อ 2 เจ้าหนี้ร่วม (Joint And Several Creditors)
2.1 เหตุที่ทำให้เป็นเจ้าหนี้ร่วมกัน
2.2 ผลทางกฎหมายของการเป็นเจ้าหนี้ร่วม

ราคา 190  บาท

จัดทำโดย จรัญ ภักดีธนากุล